วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

หนังสือนิทาน
ซุปเปอร์มด







Tarot Card
เป็นการออกแบบไพ่ทาโร่โดยใช้คอนเซปของผักชนิดต่างๆและใช้เทคนิคการตัดกระดาษสีกับหมึกสีดำมาสร้างสรรค์ผลงาน
Enegy Project





“หากเธอเป็นกวีคนหนึ่ง เธอจะแลเห็นอย่างแจ่มชัดว่า มีเมฆก้อนหนึ่งกำลังล่องลอยอยู่ในหน้ากระดาษแผ่นนี้ ปราศจากก้อนเมฆ ก็ไม่มีฝน ปราศจากฝน ต้นไม้ก็ไม่งอกงาม ปราศจากต้นไม้ เราก็ผลิตกระดาษขึ้นมาไม่ได้... หากเรามองดูกระดาษแผ่นนี้ให้ลึกซึ้งลงไปอีก เราจะสามารถแลเห็นแสงอาทิตย์เฉิดฉายอยู่ในนั้น ถ้าไม่มีแสงอาทิตย์อยู่ในนั้น ป่าไม้ก็ไม่อาจงอกงาม ซึ่งอันที่จริงแล้วก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเจริญเติบโตได้เลย แม้แต่ตัวเราก็ไม่สามารถเติบโตได้โดยปราศจากแสงอาทิตย์ ดังนั้น เราจึงรู้ว่าแสงอาทิตย์สถิตอยู่ภายในกระดาษแผ่นนี้ด้วย ทั้งกระดาษและแสงอาทิตย์ต่างดำรงอยู่อย่างอิงอาศัยกัน และถ้าเราพิจารณาดูต่อไปแล้ว เราจะสามารถแลเห็นคนตัดไม้ ซึ่งนำไม้ที่ตัดแล้วไปยังโรงงาน เพื่อแปรรูปไม้ให้เป็นกระดาษ จากนั้น เรายังแลเห็นข้าวสาลีอีกด้วย เราย่อมรู้ว่าคนตัดไม้ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้หากขาดขนมปัง ซึ่งเป็นอาหารประจำวัน ดังนี้แล ข้าวสาลีซึ่งเป็นขนมปังของคนตัดไม้ จึงปรากฏอยู่ในกระดาษแผ่นนี้ด้วย ตลอดจนบิดาและมารดาของคนตัดไม้ก็ปรากฏอยู่ในกระดาษแผ่นนี้เช่นกัน เมื่อเราพิจารณาในลักษณะเช่นนี้ เราก็จะเห็นว่า หากปราศจากสิ่งต่างๆ ทั้งหมดนี้แล้ว กระดาษแผ่นนี้ก็ไม่สามารถปรากฏขึ้นมาได้ หากพิจารณาลึกลงไปอีก เราสามารถแลเห็นว่า แม้แต่ตัวเราเองก็ปรากฏอยู่ในกระดาษแผ่นนี้ด้วยเช่นกัน การพิจารณาแลเห็นเช่นนี้มิใช่ของยากเย็นอันใด เพราะเมื่อเรามองดูกระดาษแผ่นนี้ กระดาษแผ่นนี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในความจำได้หมายรู้(สัญญา) ของเรา จิตของเธอจึงอยู่ในกระดาษแผ่นนี้ และจิตของฉันก็อยู่ในกระดาษแผ่นนี้เช่นกัน ดังนั้น เราอาจกล่าวได้ว่า สรรพสิ่งล้วนปรากฏอยู่ในกระดาษแผ่นนี้ เธอย่อมไม่สามารถระบุได้ว่า มีสิ่งใดที่มิได้อยู่ในกระดาษแผ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นกาลเวลา อวกาศ พื้นดิน น้ำฝน แร่ธาตุในดิน แสงอาทิตย์ ก้อนเมฆ แม่น้ำ ความร้อน ทุกสิ่งอย่างล้วนดำรงอยู่อย่างอิงอาศัยกันภายในกระดาษแผ่นนี้”


โดยโปรเจค Enegy ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลอนบทนี้ โดยหัวข้อที่ได้รับคือการ ให้สร้างสรรค์งานเพื่อสะท้อนหรือเพื่อช่วยโลกในเรื่องของพลังงาน จึงออกแบบงานชิ้นนี้ เพื่อสื่อถึงขั้นตอนและปัจจัยหลายสิ่งที่กว่าจะก่อให้เกิดเป็นกระดาษขึ้นมา โดยการใช้เทคนิคไดคัทกระดาษ ภายในนั้นก็จะมีรูปของก้อนเมฆ แสงอาทิตย์ ขนมปัง และปัจจัยอื่นๆอีกมากที่ก่อให้เกิดกระดาษ
ตะลุยแดนพิศวง
เป็นเกมเขาวงกต โดยการนำรูปแบบของแผนผังเมืองมาเป็นกราฟฟิกภายในเกม
Packaging Design
สตอเบอรี่อบแห้ง & มังคุดกรอบ














My Corporate Identity

สวนสัตว์ดุสิต

โลโก้


Pictogram

แก้วและของที่ระลึก

Stationery

ของที่ระลึกและแผ่นพับแนะนำสถานที่ต่างๆ






My Pocket Book Design

เรื่อง คนที่เดินผ่าน ของ ตรัย ภูมิรัตน์
ขั้นตอนที่1 โดยการใช้รูปภาพเพื่อประกอบเนื้อหาให้มีความลึกซึ้งและเข้าใจมากขึ้น

วันแล้ว วันเล่า ปีแล้ว ปีเล่า

ฉันยืนอยู่ตรงมุมไหนของโลก ไม่รู้...แต่ฉันหวาดหวั่นต่อความรู้สึกนี้

ปลีกตัวออกจากผู้คนที่กำลังมีความสุข

ขั้นตอนที่2 การใช้เทคนิคสามมิติ หรือการทำ pop up เป็นเทคนิคหลักเพื่อให้หนังสือมีความแตกต่างและดูเป็นตัวของตัวเองมากยิ่งขึ้น


"หล่อหลอมตัวตนให้ทนกับสภาพเช่นนี้
เหมือนสมเสื้อผ้าที่ถูกออกแบบเพื่อมนุษย์อวกาศ
ยิ่งนาน ยิ่งไม่รู้สึกร้อนหนาว
ความชาชินทำให้ทุกอย่างดูเป็นเรื่องปกติ"
เป็นการใช้เทคนิคการซ้อนภาพ โดยใช้ภาพของบุคคลที่ดูเหงาๆ เฉยชามาเป็นภาพประกอบ

ในวิทยุมีบทเพลงที่บรรยายถึงคนเหงากำลังรอใครซักคน

ในโทรทัศน์เห็นโฆษกกำลังรายงานข่าว

ที่ไม่รู้ว่ามันจริงหรือไม่จริงกันแน่

คนที่กำลังคุยกับเราอยู่ในอินเทอร์เน็ต

อาจไม่มีตัวตนก็ได้

เป็นการใช้เทคนิคไดคัท เพื่อสะท้อนถึงเงาของผู้คน ที่เป็นแค่เงา แต่ไม่มีตัวตน

เสียงของฉันดังเท่าคนอื่นหรือเปล่า

หรือว่าฉันเป็นคนที่เสียงเบาเท่านั้น

เขาไม่ได้ยินสิ่งที่ฉันพูด

หรือเขาไม่ได้ฟังสิ่งที่ฉันพูดกันแน่

แน่ล่ะ...ทำไมเขาต้องฟังด้วยล่ะ

ในเมื่อฉันเองก็ทนฟังสิ่งที่เขาพูดไม่ได้เหมือนกัน

เป็นการใช้ด้ายมาปักลงไปให้เป็นรูปของดอกไม้ไฟ ที่สื่อถึงเสียงดังๆ

My Thesis
แนวความคิด หนังสือภาพประกอบสะท้อนแนวความคิดและความหมายแฝง โดยการใช้ภาพถ่ายเป็นสื่อในการประกอบเนื้อหา โดยได้รับแรงบันดาลใจและเนื้อหาประกอบจากธรรมะของท่าน ว.วชิรเมธี

หน้าปก

เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ

เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต

เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ